รีวิว The Uncanny Counter คนล่าปีศาจ พล็อตดูธรรมดา

รีวิว The Uncanny Counter คนล่าปีศาจ พล็อตดูธรรมดา

รีวิว The Uncanny Counter สรุป
พล็อตกับเนื้อเรื่องโดยรวมดูเป็นแนวการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ทั่วไป เพราะสร้างมาจากเว็บตูน แต่เนื้อเรื่องมีความลึก ซีเรียสจริงจังในแนวทางสืบสวน รวมถึงดราม่าลึกซึ้งกินใจชวนให้น้ำตาซึมได้ง่ายๆ ตัวเรื่องค่อยๆ ไต่ระดับความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ สนุกแตกต่างจากตอนเริ่มต้นมาก แต่ว่าข้อเสียหลักๆ ก็คือการต่อสู้ต่างๆ ยังธรรมดามากไปเป็นแค่เตะต่อยกัน ซึ่งแอ็กชั่นแนวแฟนตาซีควรจะมีอะไรมากกว่านี้ แม้กระทั่งลาสบอสก็ยังธรรมดามากไปจากที่ปูมาทั้งเรื่อง แต่ตัวเรื่องก็จบเคลียร์ปมดราม่าต่างๆ ได้ดีจนหมดสิ้น ถือเป็นซีรีส์เกาหลีที่จบได้สวยงามลงตัวเลยครับ และมีโครงการสร้างซีซั่น 2 ต่อ จากพื้นฐานการ์ตูนที่ตอนนี้เดินเรื่องซีซั่น 2 อยู่เช่นกันครับ

จุดเด่น

การวิ่งไล่ล่าปีศาจแบบฟรีรันนิ่ง แต่จะเว่อร์ๆ หน่อยแบบแนวคนธรรมดาที่ได้พลังเหมือนซูเปอร์ฮีโร่
เรื่องราวของตัวเอกพิการที่ใช้ชีวิตในโรงเรียนที่โดนบูลลี่แล้วลุกขึ้นต่อสู้
นางเอกฮานาหน้าตาร้ายๆ แต่เซ็กซี่สุดๆ
โลกที่มีปีศาจแบบมีกฎเกณฑ์เป็นของตัวเอง
แนวสืบสวนในเรื่องมีความลึกซับซ้อนไม่ธรรมดาตั้งแต่แรกๆ เลย
ฉากแอ็กชั่นคิวบู๊ในเรื่องนักแสดงเล่นได้สมบทบาท
มิตรภาพความสัมพันธ์ของแก๊งเพื่อนพระเอกในโรงเรียนทำออกมาได้ดีมาก
ไม่ได้มีเรื่องรักมาเกี่ยวข้อง ทำให้เรื่องเข้มข้นกับแนวทางสืบสวนได้เต็มๆ
มีฉากซึ้งกินใจแทรกมาเรื่อยๆ
ตัวเรื่องเกลี่ยบทให้ทุกตัวละครมีความสำคัญพอๆ กัน เด่นทุกคน

จุดด้อย

พล็อตแนวนี้ดูธรรมดาไม่ได้แปลกใหม่
ฉากแอ็กชั่นในเรื่องค่อนข้างธรรมดามากไปในแนวแฟนตาซีแบบนี้
หน้าหนังอาจจะดูเหมือนแนวตลก แต่กลับไม่ได้มีอะไรตลกมาก ค่อนข้างซีเรียสด้วย (สำหรับคนชอบก็เป็นข้อดีไปในตัวด้วย)
CG ต่างๆ ยังดูประกอบเรื่องแบบธรรมดาทั่วไป ไม่ได้เด่นมาก

The Uncanny Counter เคาน์เตอร์ คนล่าปีศาจ ซีรีส์เกาหลี Netflix แนวแอ็กชั่นดราม่า เรื่องราวการล่าปีศาจในโลกมนุษย์ของกลุ่มคนทำงานจากนรกที่เรียกตัวเองว่าเคาน์เตอร์

ซีรีส์เกาหลีที่สร้างจากเว็บตูนชื่อ Amazing Rumor เรื่องราวของกลุ่มนักล่าปีศาจที่เรียกตัวเองว่า Counter พวกเขาปกปิดตัวด้วยการเปิดร้านบะหมี่บังหน้า และได้รับหน้าที่นี้มาจากนรก เป็นเหมือนยมฑูตล่าปีศาจในโลกมนุษย์ แต่ทุกคนต้องผ่านช่วงเวลาโคม่าใกล้ตายมาก่อนแล้วถึงจะมาทำงานนี้ได้ และได้รับพลังพิเศษแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่แล้ววันหนึ่ง “โซมุน” เด็กหนุ่มขาพิการที่ใช้ชีวิตปกติอยู่ดีๆ กลับได้รับพลังนี้มาอย่างไม่รู้ตัว และก็ได้ก้าวเข้ามาสู่โลกของ Counter จากการชักชวนของรุ่นพี่ร้านบะหมี่ที่ต้องการสมาชิกใหม่มาทดแทนคนที่พึ่งตายไปจากปีศาจร้ายระดับสูงที่ทีมนี้พึ่งเคยพบเจอเป็นครั้งแรก

ซีรีส์เรื่องนี้พล็อตไม่ได้มีความแปลกใหม่อะไรมากนัก เป็นเหมือนแนวการ์ตูนทั่วไปที่ตัวเอกเป็นนักเรียน วันดีคืนดีได้พลังพิเศษมาครอง ได้พบเจอปีศาจหรือเรื่องเหนือธรรมชาติ ช่วยผู้คน กู้โลก พบรักกับสาวในวงการเดียวกัน แทบทุกอย่างเรียกว่าธรรมด๊าธรรมดามากจริงๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่าซีรีส์ฝรั่งเองก็หยิบพล็อตแบบนี้มาใช้เช่นกัน เพียงแต่ตัวเอกอาจจะโตกว่าเท่านั้น แต่อย่างอื่นก็ไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไหร่เลย เพราะเรื่องราวการต่อสู้กับปีศาจที่ลงมาสิงคนแทบจะเป็นอะไรที่ไม่สามารถฉีกให้แตกต่างไปได้อีกแล้ว แต่ในรายละเอียดตัวเรื่อง Counter กลับมีอะไรหลายอย่างที่ลงลึกแตกต่างได้อย่างน่าสนใจ

แม้หน้าตาภายนอกอาจจะทำให้คิดว่าเรื่องนี้เป็นแนวตลก จากชุดทีม Counter ที่เหมือนชุดพละ หรือการใช้ร้านบะหมี่มาบังหน้า แต่เรื่องค่อนข้างเดินไปแบบจริงจังซีเรียสมากกว่าหน้าตาภายนอกที่เห็น เมื่อเรื่องหยิบเอาการบูลลี่ในโรงเรียนมาควบคู่กับการเติบโตลุกขึ้นมาต่อสู้ของตัวเอกโซมุน ที่ขาพิการแล้วยังถูกกลั่นแกล้งอย่างรุนแรง เมื่อโชมุนได้พลังที่ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนปกติมา เขาก็ยังไม่อาจจะใช้มันเพื่อเรื่องส่วนตัวได้จากกฎของการเป็น Counter ซึ่งทำให้เรื่องมีพัฒนาการของพระเอกในสองเวอร์ชั่น การต่อสู้กับปีศาจในโลกภายนอกโรงเรียนที่ไม่มีใครรู้ กับการต่อสู้ด้วยตัวเองในโรงเรียนเพื่อหยุดการบูลลี่ของกลุ่มเด็กเหลือขอที่พ่อมีอำนาจในเมืองแห่งนี้ ซึ่งเรื่องโฟกัสไปที่สองด้านพร้อมๆ กัน และก็ทำให้คนดูค่อยๆ เห็นฮีโร่เด็กวัยรุ่นที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นมาทั้งความคิดและพลังความรับผิดชอบที่เขาได้รับมาจากการเป็น Counter ที่มีที่มาแปลกแตกต่างจากคนอื่นในทีม (ไม่ได้ติดค้างการชุบชีวิตแบบคนอื่น)

ในอีกด้านนึงคือรายละเอียดของโลกในเรื่องนี้ก็มีการลงดีเทลลึกๆ ที่น่าสนใจไว้หลายอย่าง อย่างความสามารถพื้นฐานการอ่านความทรงจำ ที่มีพระเอกกับ “โดฮานา” นางเอกที่เป็นสาวปริสนาในทีมที่ไม่เคยมีใครล่วงรู้อดีตมาก่อน และเธอก็ไม่ยอมให้ใครอ่านความทรงจำนี้ ในขณะที่ตัวเอกเองก็มีความทรงจำเลวร้ายในอดีตที่สูญเสียพ่อแม่ไปจากอุบัติเหตุ และยังขาพิการจากเรื่องนี้ด้วย แต่ว่าจริงๆ แล้วกลับเป็นคดีฆาตกรรมที่ถูกวางแผนมา ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องหลักของเมืองนี้ ที่มีนักการเมืองท้องถิ่นกุมอำนาจไว้อยู่

นอกจากนั้นก็ยังมีพวกดีเทลอย่างสเกลพลังของปีศาจในเรื่องที่เปิดมาก็เจอระดับบอสที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ปีศาจในเรื่องนี้ถูกแบ่งออกเป็นเลเวล 1 2 3 4 มีระดับที่มาจากการกลืนกินชีวิตมนุษย์ และพลังพิเศษที่เพิ่มงอกมาในแต่ละตัวแบบเดียวกับ Counter เองก็มีความสามารถพิเศษแตกต่างกันไปอีก นอกจากพื้นฐานที่ปูว่าแข็งแรงกว่ามนุษย์ปกติ 3 เท่า ซึ่งตัวเอกเองมีพลังลึกลับซ่อนอยู่มากกว่าคนอื่นในทีม และกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาความสามารถนั้นออกมา ก็เหมือนเป็นการเรียนรู้พลังในแบบหนังซูเปอร์ฮีโร่โดยทั่วไป ซึ่งพวกนี้ก็ใช้ CG แสงสีมาประกอบช่วยทำให้เรื่องดูมีแอ็กชั่นน่าสนใจมากขึ้น อย่างแสงขอบเขตที่ช่วยเสริมพลังของกลุ่มตัวเอก หรือพวกกระโดดข้ามตึกไล่ล่ากันแบบฟรีรันนิ่ง รวมถึงพลังพิเศษของปีศาจ รวมๆ แล้วถือว่าทำออกมาโอเคเลย แต่อาจจะไม่ได้ดูหวือหวาเด่นมากนัก เพราะไม่ได้เป็นหนังที่เล่นเรื่องพวกนี้โดยตรง ส่วนใหญ่จะเตะต่อยอัดกันดุ้นๆ มากกว่าจะใช้พลังพิเศษมาต่อสู้กัน

ซึ่งคิวบู๊ในเรื่องนี้ถือว่าทำออกมาดีเกินกว่าระดับซีรีส์ทั่วไปมาก นักแสดงทุกคนต่างต้องเล่นบทบู๊เตะต่อยโลดโผนกันได้ทุกคน ซึ่งหลายฉากก็ออกแบบคิวบู๊ด้วยมุมมองแปลกใหม่อย่าง เฟิร์สเพอร์ซั่น หรือมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ซึ่งทำให้ดูเหมือนกำลังเล่นเกมอยู่ ตัวเรื่องเรียกว่าพิถีพิถันในส่วนนี้มากอย่างเห็นได้ชัด ถ้าใครชอบแนวแอ็กชั่น ตอบโจทย์ได้ทันทีเพราะเรื่องจัดฉากพวกนี้แทรกเข้ามาในทุกตอน

รีวิว The Uncanny Counter คนล่าปีศาจ พล็อตดูธรรมดา แต่นี่คือซีรีส์ที่มีดีเกินคาดมาก (อัพเดท EP16 จบ) 2

รีวิว The Uncanny Counte จุดเด่นอีกอย่างของเรื่องคือ ตัวละครนางเอก “โดฮานา” ที่วางลุคไว้เป็นสาวหน้าตาดี เซ็กซี่ ลึกลับ ซึ่งนักแสดงอย่าง คิมเซจอง ไอดอล-นักรองสาววง Gugudan มารับบทนี้ได้ตรงตามคาแรกเตอร์เป๊ะๆ ทั้งหน้าตาที่งดงามแบบร้ายๆ สายตา ท่าทาง ยั่วยวนเร้าอารมณ์มาก แต่เธอมาพร้อมกับความโหดที่ใครก็เข้าใกล้หรือสนิทกับเธอไม่ได้ ทำให้ตัวพระเอกเองที่ปิ๊งแรกพบ (ซึ่งรับรองว่าคนดูเองก็ต้องปิ๊งเธอเช่นกัน) กลับต้องเจองานหินเมื่อคิดจะจีบเธอ และต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้ไม่ได้เน้นให้มีเรื่องรักแบบเกาหลีโดยทั่วไปด้วย ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีทำให้เนื้อเรื่องเข้มข้นโฟกัสไปที่แนวทางสืบสวนได้เต็มๆ

ปมหลักของเรื่องใหญ่โตระดับประเทศ (มีสปอยล์บางส่วน)
หลังจากตัวเรื่องเปิดมาเหมือนแนวล่าปีศาจธรรมดา แต่พอเริ่มไม่กี่ตอนช่วงแรกก็จะเริ่มเข้าปมหลักที่เผยให้เห็นว่าเมืองเล็กๆ แห่งนี้มีอะไรที่ไม่ปกติธรรมซ่อนอยู่ อย่างการเป็นที่รวมของปีศาจระดับสูง ซึ่งแต่ละตัวก็ร้ายกาจแบบทีมพระเอกรุมก็ยังแทบสู้ไม่ได้ และยังมีปมความตายของพ่อแม่พระเอกกับตัวละครอื่นที่ล้วนมาเกี่ยวพันด้วยกันทั้งหมด ซึ่งเรื่องก็ค่อยๆ เผยให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นที่เมืองแห่งนี้ ถึงกลายเป็นศูนย์กลางของเหล่าปีศาจ ที่มีความทะเยอทะยานใหญ่โตทางการเมืองถึงระดับประธานาธิบดีครองประเทศได้เลย

“คนก็คือปีศาจนั่นแหละ”

The Uncanny Counter เป็นซีรีส์ที่จะทำให้เราตั้งคำถามว่าแท้จริงแล้ว ‘ปีศาจ’ ถือกำเกิดขึ้นมาจากอะไร แล้ว ‘มนุษย์’ เป็นต้นกำเนิดของปีศาจร้ายจริงหรือไม่ ผ่านการสืบสวนสอบสวนปัญหาการเมืองท้องถิ่นที่ลงลึกถึงแก่น และการตีความนรก – สวรรค์แบบใหม่ที่มีฮีโร่สไตล์เกาหลีที่ถูกเรียกว่า เคาน์เตอร์ กลุ่มคนต่างเพศ ต่างอายุ ต่างที่มา ต่างปมหลัง ที่ได้รับโอกาสให้ได้ใช้ชีวิตที่ 2 เพื่อตามจับปีศาจที่หลบหนีออกมาจากปรโลกและเข้าสิงสู่มนุษย์

ซีรีส์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มนักล่าปีศาจที่เรียกตัวเองว่า ‘เคาน์เตอร์’ พวกเขาได้รับหน้าที่มาจากปรโลกให้ทำงานคล้ายกับยมทูตที่ไล่ล่าตามจับปีศาจร้ายที่หลบหนีออกมาอยู่ในโลกมนุษย์ โดยเปิดร้านบะหมี่ ‘ออนนี่’ ที่อร่อยจนคนต่อแถวยาวเหยียดเป็นที่บังหน้าและเป็นศูนย์บัญชาการ ซึ่งคนที่จะสามารถเป็นเคาน์เตอร์ได้จะต้องผ่านช่วงเวลาโคม่าใกล้ตายมาก่อน เพื่อให้ร่างกายสามารถรองรับให้คู่หูยมทูตเข้าไปสิงสู่ภายในร่างได้ ซึ่งคู่หูยมทูตที่เข้าไปสิงสู่ก็จะมีตัวตนที่แตกต่างกันออกไป พลังของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไปตามลักษณะนิสัย และการฝึกฝนด้วย

โดยเคาน์เตอร์จะมีพละกำลังมากกว่ามนุษย์ทั่วไปถึง 3 เท่า!! สามารถตรวจจับปีศาจได้ในระยะทางหลายกิโลเมตรในช่วงที่ปีศาจเหยียบเข้าไปในพื้นที่ที่เปิดออก และสามารถอ่านความทรงจำเมื่อโดนตัวทั้งคนและปีศาจได้บางส่วน นอกจากนี้ยังมีเวลาที่ร่างกายของเคาน์เตอร์สามารถเพิ่มพลังได้มากถึง 5 เท่าคือเวลาที่ ‘พื้นที่ของยุง’ เปิดออก ซึ่งพื้นที่จะเปิดออกก็ต่อเมื่อพลังของสวรรค์และโลกมนุษย์ประสานกันจนทำให้เกิดคลื่น จะมีเพียงเคาน์เตอร์เท่านั้นที่จะมองเห็น พื้นที่ของยุงนั้นจะมีลักษณะเป็นเหมือนแสงเลเซอร์ที่ถูกยิงขึ้นมาจากพื้น โดยพวกเขาจะไม่สามารถรู้ได้ว่าพื้นที่จะเปิดออกเมื่อไหร่และนานแค่ไหน

ถึงแม้พล็อตแนวฮีโร่มีพลังวิเศษจะไม่ได้เป็นแนวที่แปลกใหม่แหวกแนวเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกของซีรีส์เรื่องนี้ลดน้อยลงไปเลยแม้แต่นิดเดียว พลังวิเศษของแต่ละคนจะขึ้นอยู่กับการฝึกฝนตัวเองอย่างหนัก เพราะถึงแม้จะมีพละกำลังมากกว่ามนุษย์ทั่วไปมากถึง 3 เท่า หรือมีความสามารถในการลบหรือมองเห็นควาามทรงจำ แต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเคาน์เตอร์เป็นต่อพวกปีศาจมากเท่าไหร่ ทำให้ฉากบู๊สนุกมากในทุกครั้งที่ตามจับปีศาจ เรียกได้ว่าบู๊แหลกอย่างกับดูภาพยนต์แอคชั่นเลยแหละ เพราะเหล่าเคาน์เตอร์ต้องงัดทุกอย่างขึ้นมาเพื่อให้ชนะปีศาจให้ได้ โดยเฉพาะปีศาจชีช็องชินปีศาจระดับ 3 ที่แข็งแกร่งมากที่สุดที่เหล่าเคาน์เตอร์เคยเจอ

การตีแผ่ปัญหาการเมืองท้องถิ่นที่ลึกถึงแก่น
ถึงแม้จะเป็นซีรีส์สายฮีโร่ที่มีความคอมเมดี้ ความการ์ตูนเข้ามาผสม แต่พาร์ทสืบสวนสอบสวนกลับยังคงความเข้มข้นไว้ได้อย่างคงเส้นคงวา เรื่องนี้สามารถตีแผ่ปัญหาการเมืองท้องถิ่นได้ลึกถึงแก่นมาก ทั้งการใช้อำนาจเงินในการกรุยทางให้ไต่ขึ้นไปสู่การเมืองระดับประเทศ การฟอกเงินผ่านการกินรวบธุรกิจ การทำธุรกิจบนความทุกข์ยากของประชาชน การติดสินบนตำรวจเพื่อปกปิดและบิดเบือน การตามฆ่าคนที่รู้เรื่องอย่างกับเป็นผักปลาที่จะฆ่าตอนไหนก็ได้ แต่ละอย่างมันทำให้คนดูอย่างเราตั้งคำถามว่า อะไรคือตัวแยกระหว่างมนุษย์ และ ปีศาจ และมนุษย์หรือปีศาจที่น่ากลัวกว่ากัน ? ยิ่งตอนเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเห็นความดำมืดในจิตใจมนุษย์มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งที่ไม่ต่างอะไรกับปีศาจที่เต็มไปด้วยความโลภและกิเลสที่มีต่ออำนาจเงินทองเลยแม้แต่นิดเดียว

ฮีโร่ที่จับต้องได้เพราะพวกเขาไม่ได้ ‘สมบูรณ์ไร้ที่ติ’
แก๊งค์เคาน์เตอร์ที่ประกอบไปด้วยโทฮานา (รับบทโดย คิมเซจอง) หญิงสาวผู้มีปมหนักในใจกับการที่ต้องเสียครอบครัวไปต่อหน้าต่อตา ทำให้เธอหลีกเลี่ยงการโดนสัมผัสตัวจากคนอื่นๆเพราะไม่อยากให้ใครเห็นความทรงจำที่แสนเจ็บปวดของเธอ พลังอ่านความทรงจำของเธอจึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์สื่อให้เห็นถึง การยึดติดอยู่กับอดีต ของเธอที่เธอยังไม่สามารถที่จะก้าวผ่านอดีตที่โหดร้ายนั้นไปได้และยังคงโทษตัวเองอยู่เรื่อยมา คุณชูหรือชูมันอ๊ค (รับบทโดย ยอมฮเยรัน) คุณป้าสุดใจดีผู้เป็นเหมือนเสาหลักจิตใจของทีม แต่ปมหลังของเธอกลับเต็มไปด้วยความเศร้าที่ต้องเห็นลูกชายตายไปต่อหน้าต่อตา พลังรักษาที่เธอมีจึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์สื่อให้เห็นถึง ความเป็นแม่ ที่พร้อมจะสละชีวิตของตัวเองเพื่อต่อชีวิตให้กับคนเป็นลูก เป็นตัวละครที่ไม่ว่าจะออกมาฉากไหนฉากนั้นจะอบอุ่นขึ้นราวกับเสกได้และยังสามารถเรียกน้ำตาได้มากที่สุดจากทุกตัวละครอีกด้วย

กาโมทัก (รับบทโดย ยูจุนซัง) อดีตตำรวจสายสืบที่ต้องนอนโคม่าจากการไล่ล่าของกลุ่มผู้มีอิทธิพลจนเขาต้องสูญเสียความทรงจำ เป็นตัวละครที่เหมือนคนเขียนบทไม่รักเพราะมรสุมในชีวิตเยอะมาก ทั้งในอดีตและในปัจจุบัน ความสุขถูกพรากไปจากเขาหลายต่อหลายครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังอยากจะมีชีวิตต่อไปเพื่อไม่ให้ชีวิตของคนที่จบลงต้องเสียเปล่า พลังความแข็งแกร่งที่เขามีจึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์สื่อให้เห็นถึง จิตใจที่แสนจะเข้มแข็ง ของเขาที่ไม่ว่าจะเจอกับปัญหาอะไรเขาก็จะสามารถผ่านมันไปได้ ชเวชังมุล (รับบทโดย อันซอกฮวาน) เคาน์เตอร์คนแรกของเกาหลี มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจค้าปลีกที่รวยติดอันดับของเกาหลี เขานั่นก่อนที่จะมาเป็นเคาน์เตอร์เขาเคยเป็นคนที่ทำนาบนหลังคน เป็นนักธุรกิจที่ไม่เคยเห็นหัวใครมาก่อน แต่พอได้มาเป็นเคาน์เตอร์เขาก็เปลี่ยนความคิดไปอย่างสิ้นเชิง และคอยเป็นคนดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการปฎิบัติงานของเคาน์เตอร์ โดยไม่ต้องลงสนามเพราะตัวของเขานั่นปลดเกษียณแล้วนั่นเอง  ดูหนังออนไลน์ 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *