รีวิวซีรีส์สนุก Terius Behind Me (2018) เมื่อสายลับมารับจ็อบเป็นพี่เลี้ยง

รีวิวซีรีส์สนุก Terius Behind Me (2018) เมื่อสายลับมารับจ็อบเป็นพี่เลี้ยง

รีวิวซีรีส์สนุก การก่อการร้ายขององค์กรใหญ่แห่งหนึ่งได้แอบแฝงและเลี้ยงดูเหล่าคนใหญ่โตในหลายๆองค์กรเพื่อสร้างผลประโยชน์ร่วมกันในการทำผิดกฏหมาย เทอริอุส สายลับคนสำคัญจาก NIS ที่พยายามเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงขององค์กรนี้กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นไส้ศึก

ดังนั้นเขาจึงต้องหลบหนีและกบดานเพื่อกลับมาทวงความยุติธรรมคืน หน่วยงานที่ช่วย เทอริอุส ในภารกิจครั้งนี้ขอแบ่งออกเป็น 2 ทีมดังต่อไปนี้

เทอริอุส (รับบทโดย โซจีซอบ) ชื่อรหัสสายลับที่ฝีมือดีที่สุดของหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ (อธิบายภาษาชาวบ้านแปลว่าหน่วยสืบราชการลับนั่นเอง)หรือ National Intelligence Service (NIS) มีชื่อจริงว่า คิมบน วันหนึ่งเพื่อนร่วมงานและคนรักของเขาถูกสังหารระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ในขณะที่ตัวเขาเองถูกใส่ร้ายว่าเป็นไส้ศึก

เขาจึงหลบหนีเพื่อไปกบดานและอยู่แฝงตัวอยู่ในมุมมืดเพื่อปกปิดตัวตน โดยมีตัวก่อกวน จินยงแท (รับบทโดย ซนโฮจุน) นักธุรกิจที่เบื้องหลังคือนักต้มตุ๋นผู้กำความลับสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด

เพื่อนร่วมงานใน NIS เพียงคนเดียวที่ไว้ใจได้และตกหลุมรัก คิมบน นั่นก็คือ ยูจียอน (รับบทโดย อิมเซมิ) และหนุ่มแฮคเกอร์ผู้รักการแหกกฎแห่ง

NIS อย่าง ราโดอู (รับบทโดย คิมซองจู) ทั้งสองจะมาช่วยให้ คิมบน รอดพ้นจากการถูกกล่าวหาและตามหาองค์กรชั่วร้ายที่อยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายครั้งนี้ให้สำเร็จ

> โซจีซอบ กลับมาโชว์ฟอร์มคิวบู๊และหล่อหน้าตายได้ดีเหมือนเคยแต่ยังไม่ใช่เรื่องที่ถูกใจที่สุดในความเห็นส่วนตัว ทางด้าน ซนโฮจุน

ฮามากมายเหมือนเดิม อิมเซมิ แสดงได้ดีงามเช่นเคย ด้าน คิมซองจู ประสบการณ์น้อยแต่เรื่องนี้แสดงได้ไม่เลวเลยทีเดียว อนาคตไกลแน่นอน

แล้วบ้านของ คิมบน ที่เคยมืดหม่นก็กลับสว่างไสวขึ้นมาเมื่อได้เจอกับ KIS ชื่อย่อมาจาก King’s Castle Information System หรือทีมหน่วยระบบข้อมูลประจำคิงส์แคสเทิล

ซึ่งคิงส์แคสเทิลคืออพาร์ทเมนต์ของเหล่าแม่บ้านพ่อบ้านที่รวมตัวกันเพื่อ …. เม้าส์สิคะจะรออะไร นอกจากนั้นด้วยเครือข่ายของเหล่าแม่บ้านขาเม้าส์ทีขจรกระจายไปในวงกว้าง นั่นจึงทำให้มีหลายครั้งที่ KIS ช่วยเหลือ NIS ได้อย่างน่าเหลือเชื่อเลยทีเดียว

โดย คิมบน ได้หลบหนีมาที่อพาร์ตเมนต์แห่งนี้จนได้สนิทสนมเพื่อนข้างบ้านอย่าง โกแอริน (รับบทโดย จองอินซอน) สาวแม่หม้ายที่สามีโดนฆาตกรรมและต้องการหาความจริงเกี่ยวกับการตายของสามีซึ่งมีลูกแฝดชายหญิงชื่อ ชาจุนซู (รับบทโดย คิมกอนอู) และ ชาจุนฮี (รับบทโดย อ๊กเยริน) หรือเรียกสั้นๆว่า จุนจุน นอกจากนั้นในกลุ่ม

KIS ยังมีหัวหน้าเป็น ชิมอึนฮา (รับบทโดย คิมยอจิน) แม่บ้านที่สืบและรู้เยอะกว่าสายลับหลายเท่า, เพื่อนร่วมขบวนการ บงซอนมิ (รับบทโดย จองซินอา) แม่บ้านสาวสวยที่รวยจนไม่ต้องทำงานอะไร และพ่อบ้านทีชอบทำงานบ้านอย่าง คิมซังรยอล (รับบทโดย คังคิยอง)

> KIS เป็นหน่วยข่าวกรองที่ฮามากจริงๆ ความที่เป็นแม่บ้านไม่ต้องเครียดกับอะไรมากมาย เรื่องการอยากรู้สิ่งรอบตัวจึงเป็นทักษะที่เชี่ยวชาญมากเป็นพิเศษซึ่งเป็นประโยชน์ได้มากเกินความคาดหมายจริงๆจากในเรื่องนี้ ส่วนตัวชอบการแสดงของน้อง จุนจุน คู่แฝดมหัศจรรย์มากที่สุดที่สุดที่สุด น้องเล่นดีเกินอายุ ธรรมชาติอย่างที่สุด

ต้องขอชมทีมงานด้วยว่าทำยังไงถึงทำให้น้องเล่นออกมาได้ธรรมชาติขนาดนี้ ด้าน จองอินซอน เธอเล่นดีและธรรมชาติมากเรื่องนี้ ส่วนกองกำลังหลักสำคัญของ KIS คิมยอจิน, จองซินอา และ คังคิยอง เข้าขากันและฮาเว่อร์วังอลังการได้อย่างไม่มีที่ติ ทำให้การรับชมเรื่องนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ต้องกดข้ามเลย

ถ้าหากใครเคยชมภาพยนตร์แอคชั่นคอมเมดี้สไตล์ เฉินหลง มาก่อนแล้วก็อาจจะเดาทางของละครเรื่องนี้ได้ไม่ยากมากนัก เนื้อเรื่องดำเนินไปในทิศทางของการพยายามหยุดการก่อการร้ายครั้งยิ่งใหญ่ที่มีสายลับหรือยอดฝีมือแฝงตัวในสังคมของปุถุชนคนธรรมดา จุดแข็งของเรื่องนี้คือมีการเดินหมากของโครงเรื่องได้อย่างกระชับรวดเร็วและไม่ไหลลงทะเล

นอกจากนั้นแล้วในวังวนของความไม่สมจริงในละครแนวแอคชั่นคอมเมดี้ แต่ด้วยรายละเอียดที่ทำการบ้านมาอย่างดีจึงทำให้เพิ่มความน่าเชื่อถือของการก่อการร้ายได้พอสมควรเลยทีเดียว

ถือเป็นละครแนว แอคชั่น ที่ทำฉากบู๊ได้ดีพอสมควรเลยทีเดียว, แนว คอมเมดี้ ก็ถือเป็นอีกจุดแข็งของเรื่องนี้ที่ทำให้สนุกได้อยู่หมัด เพิ่มเติมความเป็นละครแนว ครอบครัว โดยได้กองกำลังสำคัญคือ จุนจุน มาทำให้อบอุ่นหัวใจได้อย่างดี แต่จุดที่ด้อยที่สุดจากความเห็นส่วนตัวคือด้านความ โรแมนติก อาจจะด้วยเพราะเน้นไปที่ความครอบครัว

จึงทำให้ไม่ค่อยฟินกับพระนางคู่นี้มากซักเท่าไหร่ ถ้าเพิ่มความหวานของคู่พระนางได้มากกว่านี้จะทำให้ครบทุกรสชาติและเพิ่มเรตติ้งได้พุ่งกระฉูดแน่นอน

การจะเป็นสายลับที่ดีสามารถฝึกฝนและต้องผ่านประสบการณ์มาหลากหลายรูปแบบ ในขณะที่การเป็นพี่เลี้ยงเด็กก็ต้องฝึกฝนและผ่านประสบการณ์มาเยอะแยะมากมายเช่นเดียวกัน คิมบน สายลับฝีมือระดับท็อปของ NIS ผู้ไม่เคยเหน็ดเหนื่อยกับภารกิจระดับชาติ แต่เมื่อวันหนึ่งต้องมารับจ็อบเป็นพี่เลี้ยง จุนจุน ถึงบ้านกลับนอนหลับปุ๋ยได้อย่างไม่ระแวงสิ่งใด

เรื่องราวความอบอุ่นที่น่าตื่นเต้นกับการตามหาผู้ก่อการร้ายกับการแฝงตัวมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กครั้งนี้ของ คิมบน จะประสบความสำเร็จหรือไม่ และจะทำให้เขาพ้นมลทินของคำว่าไส้ศึกได้หรือเปล่า จุนจุน, โกแอริน และสมาชิกหน่วย KIS จะหาหนทางใดเพื่อช่วยสายลับคนนี้กับละครแนวแอคชั่น, คอมเมดี้, ครอบครัว และ

โรแมนติก ที่จะเสิร์ฟให้ผู้ชมได้ครบรสชาติในเรื่องเดียว …. Terius Behind Me

Terius Behind Me

รีวิวซีรีส์สนุก ช่วงนี้เป็นช่วงของการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ และการ Work From Home เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายของไวรัส COVID – 19

โรคร้ายที่ยังคงสร้างความเสียหายต่อผู้คนทั่วโลกและยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงในเร็ววัน กิจกรรมการอยู่บ้านของใครหลายคนจึงพยายามมุ่งเน้นไปที่การคลายเครียดเพื่อลดความวิตกกังวลต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น หนึ่งในนั้นคือการรับชมหนังหรือซีรีส์เรื่องยาว ซึ่งปัจจุบันก็มีมากมายหลายเรื่องหลายแนว และจากหลากหลายชาติด้วยกันไม่ว่าจะเป็น

ไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย และฝรั่ง ตลอดจนหลากหลายช่องทางให้ได้รับชมกันตลอด 24 ชั่วโมง

แต่ทว่าเวลานี้มีซีรีส์เกาหลีเรื่องหนึ่งที่กำลังกลายเป็นกระแส และถูกพูดถึงกันอย่างมากในโลกออนไลน์ นั่นก็คือเรื่อง “Terius Behind Me” ที่ออกอากาศไปเมื่อปี 2018 หรือเมื่อ 2 ปีก่อน แต่ว่ากันว่าเรื่องราวในซีรีส์เรื่องนี้กลับมีเนื้อหาที่ตรงกับสถานการณ์ในปัจจุบันซึ่งก็คือการระบาดของ COVID – 19 อย่างน่าเหลือเชื่อ

กระทั่งมีคำกล่าวว่าซีรีส์เรื่องนี้ได้พยากรณ์เหตุการณ์ในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปี 2020) ได้อย่างแม่นยำ

ซีรีส์เกาหลีเรื่อง Terius Behind Me เรื่องนี้นับเป็นซีรีส์ที่มีความหลากหลายในแง่อารมณ์ความรู้สึกมากที่สุดเรื่องหนึ่ง ทั้ง Romance, Drama, Comedy และ Action คือมีครบทั้งเรื่องราวความรัก ความโรแมนติก เรื่องราวชีวิต โศกนาฏกรรม ตลกเบาสมอง ฉากไล่ล่า ต่อสู้ลุ้นระทึก รวมไปถึงเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์

ซึ่งสอดผสานกลมกลืนกันอย่างลงตัว โดยในส่วนของนักแสดงนั้นเรียกได้ว่ามีซุปเปอร์สตาร์ระดับตำนานของเกาหลีอย่าง “โซจีซบ” (So Ji – sub) เป็นพระเอก ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่รู้จักหรือเป็นโอปป้าของคนไทยหลายคน ซึ่งครั้งนี้เขารับบทเป็น “คิมบอน” สายลับของหน่วยงานข่าวกรองของรัฐบาล โดยประกบกับนางเอกหน้าหวานอย่าง

“จองอินซอน” (Jung In-sun) ที่รับบทเป็น “โกแอริน” หญิงหม้ายลูก 2 ที่เพิ่งสูญเสียสามีไปอย่างเป็นปริศนา

โดยเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อคิมบอน ได้ปฏิบัติภารกิจพิเศษเกี่ยวกับการสืบหาอาชญากรในคดีความมั่นคงของชาติ โดยคิมบอนซึ่งเป็นสายลับของหน่วยงานข่าวกรองของรัฐบาลที่ฝีมือนั้นอยู่ในระดับแนวหน้า มีความฉกาจฉกรรจ์ และเก่งรอบด้าน แต่ทว่าภารกิจนั้นเขาเกิดความผิดพลาดในการปฏิบัติการทำให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงานและประเทศชาติ รวมทั้งยังทำให้คนรักของเขาต้องเสียชีวิต

เขาจึงกลายเป็นอาชญากรที่ทางการต้องการตัวมากที่สุด ซึ่งเรื่องราวที่ทางการคิดว่าเป็นความผิดพลาดของเขานี้ กลายเป็นปมปัญหาที่ทำให้เขาต้องหนีออกมาใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว และยังคงเฝ้าปฏิบัติภารกิจพิเศษนี้แบบลับ ๆ เพียงลำพัง เพื่อสะสางสิ่งที่เขาค้างคาไว้ ซึ่งในระหว่างที่เขากำลังปฏิบัติการแบบลับ ๆ

เพียงลำพังนี้ เขาต้องมาอาศัยอยู่ห้องพักตรงกันข้ามกับห้องพักของโกแอริน หญิงหม้ายลูก 2 ที่เพิ่งสูญเสียสามีไปอย่างกะทันหัน จึงทำให้ชีวิตแต่ละวันของโกแอรินเต็มไปด้วยความวุ่นวานโกลาหลทั้งการทำงานหาเงิน และความน่าปวดหัวในการเลี้ยงลูกทั้ง 2 ซึ่งเหตุการณ์ได้ดำเนินต่อเนื่องไปจนกระทั่งทำให้คิมบอนและโกแอรินได้พบปะกันจนไปสู่เรื่องราวความวุ่นวาย ความลุ้นระทึก

ปมปริศนาซ่อนเงื่อน และความน่าสนุกสนานน่าติดตามที่ไม่ควรพลาดแม้แต่ตอนเดียว

สาเหตุความน่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้ แม้เป็นเรื่องที่ออกอากาศไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน แต่กลับได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมากในเวลานี้ก็เนื่องมาจากเนื้อหาในตอนที่ 10 ที่ได้กล่าวถึงการระบาดของไวรัสโคโรน่า (Corona Virus) ซึ่งกำลังระบาดและคร่าชีวิตผู้คนในเกาหลีใต้ โดยในซีรีส์บอกว่า ไวรัสโคโรน่าได้มีการกลายพันธุ์

ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากการดัดแปลงโดยฝีมือมนุษย์เพื่อให้มีความรุนแรงมากกว่าไวรัสซาร์ส หรือเมอร์สหลายเท่าตัว โดยไวรัสโคโรน่าที่กลายพันธุ์ตัวนี้จะเข้าไปทำลายปอดอย่างรวดเร็วภายใน 5 นาทีหลังจากที่สัมผัสเชื้อนี้ แถมมีระยะฟักตัวนานถึง 14 วัน โดยในซีรีส์ยังบอกอีกด้วยว่ายังไม่สามารถดำเนินการหรือวิจัยเพื่อหายารักษาหรือวัคซีนป้องกันใด ๆ ได้

รวมถึงยังมีฉากต่าง ๆ ที่มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เช่น การรณรงค์ให้ประชาชนป้องกันตัวเอง ล้างมือ หรือสวมหน้ากากอนามัย เป็นต้น

หากพูดถึงเรื่องเหตุการณ์ไวรัสโคโรน่าในซีรีส์ดังกล่าวอาจเป็นความบังเอิญอย่างพอเหมาะพอดี เพราะจากการหาข้อมูลขององค์การอนามัยโลกทราบว่าไวรัสโคโรได้น่ามีการค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 1960 และก็ได้กลายพันธุ์เรื่อยมาเป็นชื่อของไวรัสต่าง ๆ กระทั่งกลายพันธุ์มาในยุคของ COVID – 19 ในปัจจุบันซึ่งมีความรุนแรงมาก

ด้วยการกลายพันธุ์ของไวรัสโคโรน่าที่มีความรุนแรงนี้จึงสอดคล้องตรงกับเหตุการณ์ในซีรีส์ Terius Behind Me เรื่องนี้อย่างน่าตกตะลึง เหมือนบอกเป็นนัยว่าอีกไม่นานโลกจะต้องพบกับกลายเป็นของไวรัสตัวร้าย ที่ชวนสงสัยว่าเกิดจากฝีมือมนุษย์หรือการรังสรรค์ขึ้นจากธรรมชาติกันแน่

สำหรับผู้เขียนเองเพิ่งกลับมาชมซีรีส์เรื่องนี้อีกครั้งก็หลังจากที่เป็นกระแสดังกล่าว ซึ่งหลังจากที่ได้รับชมจนจบแล้วก็ต้องบอกว่าเป็นซีรีส์ที่มีความเข้มข้น

ครบรส สนุกสนาน และเหมือนกำลังนั่งดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจริง ๆ โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ของไวรัสโคโรน่า ซึ่งถ้าหากใครที่อยากรู้ว่าเรื่องราวในซีรีย์เรื่องนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไรก็สามารถติดตามรับชม Terius Behind Me เรื่องนี้ได้ทาง Netflix โดยมีความยาวด้วยกันทั้งหมด 16 ตอน  ดูหนังออนไลน์ 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *