รีวิว The Last Empress – จักรพรรดินีพลิกบัลลังก์ อย่าไว้ใจใครในวังหลวง

รีวิว The Last Empress – จักรพรรดินีพลิกบัลลังก์ อย่าไว้ใจใครในวังหลวง

การดำเนินเรื่อง

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า เรื่องนี้ค่อนข้างน่าปวดหัวพอสมควร แต่ด้วยความเข้มข้นของบทและความฉลาดสุดๆ ของทุกตัวละครจึงทำให้เราพลาดไม่ได้สักวินาทีเดียว การวางแผนที่ดูเหมือนจะแยบยลและการทรยศหักหลังที่คาดไม่ถึง

รวมไปถึงการที่ผู้เขียนบทหักมุมในตอนต่าง ๆ ได้อย่างเก่งกาจจนเราหักตามแทบไม่ทันเลยทีเดียว เรื่องนี้ไม่ได้นำเสนอแค่การแก่งแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์หรือการแก้แค้นเท่านั้น แต่สิ่งที่เรื่องนี้นำเสนอได้ดีมาก ๆ สิ่งหนึ่งก็คือ ความรัก ซึ่งเรื่องนี้จะแสดงให้เราเห็นว่า รักแบบนี้คือความรักที่จริงใจหรือแค่หลอกลวงกันแน่

แต่ที่น่าลุ้นสุดๆ แน่นอนว่าต้องเป็นตอนจบ สุดท้ายแล้วใครจะได้รับอำนาจและผลประโยชน์มากที่สุด แผนของใครที่จะชนะ บทสรุปของความวุ่นวายจะเป็นอย่างไร และความรักที่โอซันนี่มีให้ฝ่าบาทจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่

นักแสดง

จางนารา รับบทเป็น โอซันนี่
หญิงสาวที่ใฝ่ฝันและรักในการเป็นนักแสดงละครเวทีมาตลอดชีวิต แต่ก็ยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงในสายงานของเธอเองมากเท่าไหร่ จนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้กลายเป็นซินเดอเรลล่าแห่งชาติไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ชเวจินฮยอก รับบทเป็น นาวังซิก / ชอนอูบิน
เขาใช้พลังความแค้นทั้งหมดที่มี พยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะเข้ามาเป็นองค์รักษ์ประจำสำนักพระราชวัง เพื่อหวังจะแก้แค้นให้แม่ของเขา

ชินซองรก รับบท องค์จักรพรรดิอีฮยอก
เป็นองค์จักรพรรดิที่ได้รับการเคารพจากประชาชนเป็นอย่างมากจากผลงานที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศแข็งแกร่งขึ้นและยังมีรูปลักษณ์ภายนอกและการพูดจาที่ดูดี แต่เบื้องหลังกลับคลุกคลีกับการคอร์รัปชั่น ซึ่งแน่นอนว่านี่คือบทถนัดของนักแสดงหนุ่มคนนี้เลยทีเดียว

อีเอลียา รับบทเป็น มินยูรา
เธอเป็นผู้ช่วยที่ได้รับความไว้วางใจ และมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับองค์จักรพรรดิ อีกทั้งยังมีความทะเยอทะยานที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นโดยที่ไม่สนว่าจะต้องแลกมาด้วยวิธีการใด

ชินออนคยอง รับบทเป็น พระมารดาขององค์จักรพรรดิอีฮยอก

โดยรวม

ถ้าให้เล่าเรื่องย่อของซีรีส์เรื่องนี้แบบสั้นที่สุด คงต้องเล่าว่าเป็นเรื่องของแม่ผัว-ลูกสะใภ้ เมียน้อย-เมียหลวง จะจัดซีรีส์เรื่องนี้จัดอยู่ในหมวดซีรีส์ “น้ำเน่า” ก็คงไม่ผิด แต่สิ่งที่ทำให้ The Last Empress ต่างออกไปจากซีรีส์แนวเดียวกัน คือการดำเนินเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ก็พลาดไม่ได้สักตอน

เพราะยิ่งเรื่องดำเนินไปมากเท่าไหร่ ตัวละครแต่ละตัวก็จะมีพัฒนาการมากขึ้นเรื่อย ๆ เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่หักมุมมากพอๆ กับซีรีส์สืบสวนสอบสวนเลยก็ว่าได้ แม้ปมปัญหาจะไม่ใช่เรื่องที่เดายากหรือซับซ้อนจนปวดหัว

แต่คนเขียนบทก็สร้างความประหลาดใจให้เราได้เรื่อย ๆ แบบไม่มีเบื่อ แม้จะเดาได้ว่าต่อไปเรื่องจะเป็นยังไง แต่ก็มีหลายครั้งที่เดาผิดจนต้องอุทานขึ้นมาว่า “แบบนี้ก็ได้เหรอ”

นอกจากเรื่องผลประโยชน์ที่ไม่เข้าใครออกใครไม่ว่าจะเป็นชนชั้นไหนแล้ว อีกเรื่องที่ซีรีส์เรื่องนี้นำเสนอออกมาได้ดีมากคือ “ความรัก” ที่เห็นชัดเลยก็คือความรักที่โอซันนี่มีต่อฝ่าบาท เธอเฝ้าถามตัวเองอยู่หลายครั้งว่าการที่เธอจะได้แต่งงานกับฝ่าบาทเป็นเรื่องจริงใช่ไหม

เธอจะคู่ควรกับฝ่าบาทหรือไม่ มันเป็นความรักที่ฝ่ายหนึ่งคอยเฝ้ามองคนที่รักมานาน จนกลายเป็นความผูกพันธ์ หลายคนอาจมองว่าโอซันนี่ไม่น่าไปหลงเชื่อฝ่าบาทตั้งแต่แรก

เพราะทั้งสองคนแตกต่างกันเกินไป แต่เรามองว่าการตัดสินใจของเธอเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะเธอได้รักใครคนหนึ่งจนหมดหัวใจ แม้สุดท้ายจะต้องเจ็บปวดก็ตาม แสำหรับคนที่ยังไม่ได้ดู เราบอกใบ้ให้นิดนึงว่าตอนหลังๆ มีการตั้ง #ทีมฝ่าบาท และ #ทีมองครักษ์ชอน เกิดขึ้นจ้า เท่านั้นไม่พอยังมีเลิฟไลน์อีกหลายๆคู่เป็นกำไรให้คนดูได้ฟินกันด้วย จะมีคู่ไหนบ้าง ต้องไปติดตามกันเอาเองน้า

ช่วงกักตัวนี้ หลายคนคงอยากหากิจกรรมแก้เบื่อแก้เซ็ง พอจะหาหนังดูก็ไม่รู้ว่าต้องดูเรื่องอะไร อุตส่าห์สมัคร Netflix ไว้ แต่ดันไม่มีเรื่องจะดูซะงั้น จากปัญหาเหล่านี้ วันนี้ผู้เขียนเลยมาแนะนำซีรีส์เกาหลีดูแก้เบื่อช่วงกักตัวกัน ซึ่งเรื่องที่จะแนะนำก็คือ……. The Last Empress จักรพรรดินีพลิกบัลลังก์ นั่นเองค่ะ ส่วนจะเป็นซีรีส์แนวไหน และมีเรื่องย่อเป็นยังไง เราไปชมพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

The Last Empress จักรพรรดินีพลิกบัลลังก์ เป็นซีรีส์เกาหลี ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง SBS ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี ค.ศ. 2018 ปัจจุบันผู้ชมในไทยสามารถรับชมได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน Viu และ Netflix (สำหรับคนที่อยากดู Netflix บนจอใหญ่ ๆ จุใจ สามารถดูผ่านกล่อง trueid tv ได้แล้วนะจ๊ะ) มีทั้งหมด 26 ตอน

The Last Empress จักรพรรดินีพลิกบัลลังก์ กล่าวถึง ประเทศเกาหลีใต้ในปี 2018 ที่ปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ ปัจจุบันมี องค์จักรพรรดิอีฮยอก เป็นประมุข ซีรีส์เรื่องนี้ได้เล่าถึงเรื่องราวของ องค์จักรพรรดิอีฮยอก (รับบทโดย ชินซองรก) ผู้ที่เป็นที่รักของประชาชน ด้วยภาพลักษณ์ที่อบอุ่น ดูดี และเข้าถึงง่ายเมื่ออยู่ต่อหน้าสาธารณชน ประกอบกับความสามารถที่รอบด้าน เขาจึงเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน รวมถึงนางเอกของเรื่องอย่าง โอซันนี่ (รับบทโดย จางนารา) นักแสดงละครเวทีสาวที่หลงใหลและหลงรักในตัวของ องค์จักรพรรดิอีฮยอก เรื่องราวอันไม่คาดฝันในชีวิตของ โอซันนี่ ก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อเธอได้แต่งงานกับองค์จักรพรรดิโดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวเธอนั้นถูกใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อปกปิดความผิดที่จักรพรรดิอีฮยอกได้ทำไว้ หลังจากที่เธอเข้าไปใช้ชีวิตในวังในฐานะจักรพรรดินีได้ไม่นานก็ทำให้เธอเริ่มรู้แล้วว่า ชีวิตในวังของเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่คิด ระหว่างที่เธอต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวในวัง ก็ได้พบกับ นาวังชิก(รับบทโดย ชเวจินฮยอก) ที่ใช้ชื่อ ชอนอูบิน สมัครเข้ามาเป็นราชองครักษ์ในวังเพื่อตามหาและแก้แค้นฆาตกรที่ฆ่าแม่ของเขา ทั้งคู่ได้เห็นภาพความเลวร้ายของผู้คนในวังและเรื่องราวความผิดมากมายที่ได้ทำไว้ จึงร่วมมือกันเพื่อเปิดโปงความผิดนี้ให้ประชาชนได้รับรู้ สุดท้ายแล้วบทสรุปเรื่องราวอันแสนวุ่นวายนี้จะจบลงแบบง่ายดายหรือไม่นั้น ติดตามรับชมได้ในเรื่องเลยค่ะ

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า เรื่องนี้ค่อนข้างน่าปวดหัวพอสมควร แต่ด้วยความเข้มข้นของบทและความฉลาดสุดๆ ของทุกตัวละครจึงทำให้เราพลาดไม่ได้สักวินาทีเดียว การวางแผนที่ดูเหมือนจะแยบยลและการทรยศหักหลังที่คาดไม่ถึง รวมไปถึงการที่ผู้เขียนบทหักมุมในตอนต่าง ๆ ได้อย่างเก่งกาจจนเราหักตามแทบไม่ทันเลยทีเดียว เรื่องนี้ไม่ได้นำเสนอแค่การแก่งแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์หรือการแก้แค้นเท่านั้น แต่สิ่งที่เรื่องนี้นำเสนอได้ดีมาก ๆ สิ่งหนึ่งก็คือ ความรัก ซึ่งเรื่องนี้จะแสดงให้เราเห็นว่า รักแบบนี้คือความรักที่จริงใจหรือแค่หลอกลวงกันแน่ แต่ที่น่าลุ้นสุดๆ แน่นอนว่าต้องเป็นตอนจบ สุดท้ายแล้วใครจะได้รับอำนาจและผลประโยชน์มากที่สุด แผนของใครที่จะชนะ บทสรุปของความวุ่นวายจะเป็นอย่างไร และความรักที่โอซันนี่มีให้ฝ่าบาทจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ต้องมานั่งดูและนั่งลุ้นกันแล้วล่ะค่ะ

สรุป

เป็นซีรีส์ที่ชวนปวดหัวแต่กลับดูได้เรื่อยๆ เห็นหลายคนบอกว่าดูรวดเดียวตั้งแต่ตอนแรกจนตอนล่าสุด ที่เป็นแบบนั้นก็อาจเป็นเพราะซีรีส์เรื่องนี้รวบรวมองค์ประกอบหลายอย่างที่ซีรีส์เกาหลีควรมี ทั้งความโรแมนติก คอมเมดี้ ดราม่า แอคชั่น สืบสวน เรียกได้ว่าดูเรื่องเดียวแต่ได้ครบทุกอารมณ์

เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ม้ามืดที่ได้รับความนิยมอย่างแต่เนื่องตั้งแต่เริ่มออกอากาศ จนล่าสุดก็ประกาศเพิ่มตอนจาก 48 ตอนเป็น 52 ตอนแล้ว เรามองว่าการเพิ่มตอนเป็นเรื่องที่ดีที่คนดูจะได้เห็นรายละเอียดของการคลี่คลายปมปัญหาในเรื่องอย่างชัดเจน และก็มองว่าตอนที่เพิ่มมาไม่ได้ทำให้คนดูรู้สึกว่าการดำเนินเรื่องช้าเกินไปหรือทำให้น่าเบื่อเลย ดูหนังออนไลน์ 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *